|
|
|
|
|
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
คนทำงานสื่อไม่ว่าจะเป็นสื่อหลัก สื่อรอง สื่อทางเลือก หรือสื่อภาคพลเมือง ต้องพึงตระหนักเสมอว่าเสรีภาพหมายถึงอะไร ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความคิดและสิทธินั้น มีมาพร้อมกับการกำเนิดมาเป็นมนุษย์ ที่สามารถแสดงความคิดเห็นผ่านการพูด การเขียน เพราะเรามีสิทธิการบริหารงานในการแสดงความคิดเห็น ได้โดยเสรีภาพ สำนักข่าวลุ่มน้ำเซิน เป็นอีกสื่อหนึ่งที่อยากสะท้อนให้เห็นในการที่คนอยากจะสื่อสาร มีส่วนร่วมต่างๆในชุมชนหรือในที่สาธารณะ ที่ต้องต่อสู้ความคิดทางสังคม ที่ต้องต่อสู้กับอำนาจรัฐและวิธีคิดของรัฐ และนโยบายปฏิบัติที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ด้วยการเพิ่มเติมข่าวสารของคนในพื้นที่ ที่ไม่ค่อยปรากฏในสื่อกระแสหลัก เพราะฉะนั้นโจทย์คือ เราจะผลิตข่าวที่ไม่ได้รับความสนใจจากสังคม เป็นข่าวเล็กๆที่สามารถยกระดับพื้นที่ปัญหาต่างๆ ของพี่น้องประชาชนให้เป็นที่รู้จัก ให้คนในพื้นที่สามารถผลิตข่าวที่เป็นของเขาเอง ไม่ว่าจะเป็นข่าวเรื่องป่าไม้ ที่ดิน การปกป้องทรัพยากร สิทธิชุมชน สิทธิผู้บริโภค ข่าวขององค์กรพลังงานเครือข่ายต่างๆ ที่ถูกละเมิดสิทธิ เป็นต้น ดังนั้นในความเป็นมืออาชีพของสื่อกระแสหลัก จึงมีความต่างจากสื่อภาคพลเมืองที่เกาะติด หรือเป็นคนในพื้นที่ ที่สามารถเล่าเรื่องราวความเป็นวิถีชีวิตในพื้นที่ที่พวกเขาเหล่านั้นยืนอยู่ได้ดีกว่า จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าสื่อพลเมือง มีความสำคัญตรงมุมมองของผู้ที่อยู่ใกล้ชิดปัญหามากที่สุด ด้วยการสะท้อนมุมต่างๆให้แด่ผู้คนในวงกว้างได้รับรู้ ด้วยตัวของเขาเอง สำนักข่าวลุ่มน้ำเซิน เป็นพื้นที่ของคนทำสื่อ โดยปราศจากการครอบงำจากอำนาจรัฐและทุน ในชื่อกลุ่มอาสาสมัครนักข่าวพลเมืองลุ่มน้ำเซิน โดยการสานงานต่อกับเครือข่ายองค์กรชาวบ้านอนุรักษ์ลุ่มน้ำเซิน ที่ตั้งขึ้นมาในปี 2547 เพื่อติดตามดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ได้รับผลกระทบอันเนื่องมาจากการพัฒนาของภาครัฐในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมและถูกต้อง แหล่งกำเนิดของลำน้ำเซินอยู่ที่เทือกเขาเพชรบูรณ์ บริเวณภูผาแดง ภูถ้ำใหญ่ ภูหลังกงเกวียน และภูด่านอีป้อง ไหลลาดต่ำลงทางพื้นที่ราบเชิงเขา ครอบคลุมพื้นที่ 8 อำเภอ 3 จังหวัด ผ่านอำเภอคอนสาร จ.ชัยภูมิ อำเภอภูผาม่าน อำเภอชุมแพ จ.ขอนแก่น อำเภอภูเขียว อำเภอบ้านแท่น จ.ชัยภูมิ และอำเภอหนองเรือ จ.ขอนแก่น แล้วไหลไปบรรจบลำน้ำพองในเขตอำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ความยาวตลอดสายน้ำประมาณ 144 กิโลเมตร ด้วยลักษณะที่ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำเซิน ในเขตอำเภอคอนสาร ที่ไหลต่อเนื่องมาจากเขตเทือกเขาเพชรบูรณ์ นอกจากความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ยังเป็นประตูสุดเขตอีสานตะวันตก ที่เอื้ออำนวยในการติดต่อสัมพันธ์กับภูมิภาคอื่น ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ทำให้มีการแลกเปลี่ยนประเพณี ศิลปวัฒนธรรม ที่ดีงามมาแต่ครั้นอดีต คำว่า ลุ่มน้ำเซิน (ปัจจุบันทางราชการได้เปลี่ยนภาษาชื่อเป็น เชิญ)ซึ่งทำผิดในลักษณะวิถีในพื้นที่มาก เพราะในภาษาอีสาน เซิน แปลว่า “บิน” หรือ “ร่อน” หมายถึงลักษณะการไหลของน้ำจากพื้นที่สูงแล้วลงมาสู่ข้างล่าง ลงสู่ลำน้ำพองในเขตอำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น และไหลระเรื่อไปเชื่อมกับแม่น้ำชี แม่น้ำมูล ก่อนจะไปบรรจบกับแม่น้ำโขง และลงสู่ท้องทะเล ตามลำดับ เปรียบกับการเดินทางของสายน้ำ ด้วยลักษณะการบินหรือร่อน ของคำว่าเซิน จึงถือเป็นที่มาของชื่อสำนักข่าวลุ่มน้ำเซิน เหมือนดังนกน้อยบินร่อนลอยท้องฟ้า จากที่ราบสูง ลงสู่ที่ราบต่ำ ในการเป็นกระบอกเสียงอย่างหนึ่ง ด้วยการทำหน้าที่รับใช้ในด้านข้อมูล ข่าวสาร ให้กับพี่น้องประชาชนผู้ด้อยโอกาส ด้วยความถูกต้อง เป็นธรรม ซึ่งถือเป็นอาวุธชั้นดีอีกชิ้นหนึ่งที่จะส่งผ่านความคิดให้กับสังคม สู่ทั่วภูมิภาคต่อไป สำนักข่าวลุ่มน้ำเซิน เป็นทีมงานเดิมจากจดหมายข่าวปฎิรูปที่ดินภาคอีสาน ดังนี้ • ที่ปรึกษา : ปราโมทย์ ผลภิญโญ,วิบูลย์ บุญภัทรรักษา,ถนอมศักดิ์ ระวาดชัย • บรรณาธิการ : ศรายุทธ ฤทธิพิณ • กองบรรณาธิการ :กุสุมา คำพิมพ์,หนูเกณ จันทาสี,ฉลามศักดิ์ อินตะโคตร,เหมราช ลบหนองบัว, กิตติ โพธิ์เตมี,ไสว มาลัย,วิชัย หยุดรัมย์,วิชัย ประไพเมือง,วิชัย พลอยปัทมวิชิต,ตุ๊กตา,อ้ายน๊อต ติดต่อเรา 135 หมู่ที่ 8. บ้านน้ำพุปางวัว ต.คอนสาร อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ 36180 Tel : 086 978 5629 (ยุทธ) 087 948 8500 (กิตติ) 081 593 6511 (เหมราช) E-Mail: yuthsiburi@hotmail.com Fcebook (ศรายุทธ ฤ.) เครือข่ายลุ่มน้ำเซิน © Copyright 2011-2012 แถลงการณ์เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.) ฉบับที่ 1 “สานต่อภารกิจประชาชน ปฏิรูปที่ดินอย่างเป็นธรรม” นับตั้งแต่กำเนิดสังคมขึ้นมา สิ่งหนึ่งที่ดำรงอยู่ร่วมกับมนุษย์มาโดยตลอดคือ กรรมสิทธิ์ในที่ดินและทรัพย์สิน ซึ่งในทุกสังคมย่อมมีระบบกรรมสิทธิ์ที่แน่นอนเป็นของตนเอง เช่นเดียวกับสังคมทุนนิยม ที่มีระบบกรรมสิทธิ์เอกชน เป็นเครื่องมือหลักของการจัดความสัมพันธ์ในการถือครองปัจจัยการผลิต ความสัมพันธ์ดังกล่าว นำมาสู่ความขัดแย้งของผู้คนในสังคม และดำรงอยู่จนกระทั่งปัจจุบัน ทั้งนี้ กลุ่มคนที่ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิในที่ดินส่วนใหญ่คือ เกษตรกร ชาวนาชาวไร่ และคนจนเมือง ในฐานะที่เป็นกลุ่มคนชายขอบของสังคม กรณีปัญหาที่ดินและทรัพยากรของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน ถือเป็นอีกรูปธรรมหนึ่งที่สะท้อนถึงความไม่เป็นธรรมในการถือครองปัจจัยการผลิต อันเนื่องมาจากโครงสร้างอำนาจการจัดสรรที่ดินของสังคม ถูกผูกขาดรวมศูนย์โดยรัฐส่วนกลาง และเอื้อประโยชน์ต่อลุ่มธุรกิจ นายทุน เป็นด้านหลัก ปัจจุบัน ปัญหาของพวกเรายังคงหนักหน่วง และมีแนวโน้มจะขยายความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นในอนาคต เช่น การจับกุมดำเนินคดีในพื้นที่พิพาทที่ดินในเขตป่าเขตอำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี มีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 165 ราย 32 คดี การข่มขู่คุกคามสมาชิกเครือข่ายในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการถ่วงรั้งกระบวนการแก้ไขปัญหาให้ล่าช้าออกไป ในช่วงที่ผ่านมาของราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องในโอกาสที่มีรัฐบาลใหม่ ภายใต้การนำของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พวกเรามีความคาดหวังอย่างยิ่งว่า ภารกิจในการแก้ไขปัญหา ที่ดินของเครือข่ายฯ และขบวนการประชาชน จะได้รับการสานต่อแนวทางการปฏิรูปที่ดินโดยประชาชน ที่พวกเราร่วมกันผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า 20 ปี โดยการนำข้อเสนอดังกล่าวเป็นนโยบายของรัฐบาล และจัดตั้งกลไกการแก้ไขปัญหาร่วม โดยมีฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในการนี้ เราขอเรียกร้องให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ดำเนินการเป็นการเร่งด่วนคือ มีคำสั่งทางบริหารให้เจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยุติการจับกุม ข่มขู่ คุกคาม และดำเนินคดีชาวบ้านในพื้นที่สมาชิกเครือข่าย และให้สามารถทำประโยชน์ในพื้นที่พิพาทไปพลางก่อน เพื่อเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาร่วมกับรัฐบาล ต่อไป หาไม่แล้ว การแก้ไขปัญหาในอนาคต จะเป็นไปด้วยความยากลำบาก และมีอุปสรรคอย่างยิ่ง ซึ่งไม่เป็นที่ปรารถนาของพวกเราทุกคน จากที่กล่าวแล้วข้างต้น พวกเราจึงมีความจำเป็นต้องเดินทางเพื่อเข้าพบ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในวันที่ 8 สิงหาคม 2554 เพื่อนำเสนอแนวทางนโยบายการแก้ไขปัญหาที่ดินของเครือข่ายฯ ให้รัฐบาลได้บรรจุเป็นนโยบายเพื่อแถลงต่อรัฐสภา ต่อไป เชื่อมั่นในพลังประชาชน เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.) |